บทที่ 1 ปัญหาตั้งต้น

ว่ากันว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ยามที่ต้องรักษาตัวจากอาการป่วยไข้ ไม่ใช่การรักษาไม่หายหรือการที่ร่างกายเกิดการดื้อยา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า คือค่ารักษาพยาบาลที่มีมูลค่าสูงลิบ

‘อิงดาว’ คลี่ยิ้มให้เจ้าหน้าที่ห้องการเงินเล็กน้อย ก่อนจะรับซองเอกสารสีขาวมาถือเอาไว้ ดึงกระดาษที่อยู่ในซองออกมา เมื่อเดินพ้นจุดที่เต็มไปด้วยผู้คน

“แสนสามเชียวเหรอ!”

หญิงสาวรูปร่างบอบบางพึมพำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะพาตัวเองเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ มุมที่มีไว้บริการคนไข้และญาติที่เข้ามาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

ที่นี่บริการคนไข้อย่างดี ดูแลผู้ป่วยและญาติได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบหาที่ติไม่ได้

ซึ่งแน่นอน...ว่าต้องดีที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเงินที่คนไข้ต้องจ่ายในแต่ละวัน และหากไม่มีประกันสุขภาพรองรับ ก็คงลำบากกระเป๋าเงินสักหน่อย

“จะไปหาเงินจากไหนมาจ่ายกันล่ะเนี่ย!”

อิงดาวพ่นลมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับปัญหาตรงหน้า เธอไม่คิดว่าการรักษาตัวในโรงพยาบาลจะสูงขนาดนี้

“อิง”

เสียงเรียกของคนตรงหน้า เรียกให้อิงดาวเงยหน้าสบตา เมื่อเห็นว่าเป็นมารดา เอกสารในมือก็ถูกนำมาซ่อนไว้ด้านหลังทันที

“แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“แม่มีเรื่องจะพูดด้วย”

“แล้วไออุ่น?”

“คุณหมอให้พยาบาลมารับไปตรวจร่างกายอีกรอบน่ะ”

“อ๋อ...งั้นเดียวอิงคงต้องรีบไปเคลียร์ค่าใช้จ่าย”

“เงินที่โอบเคยโอนให้ ยังพอเหลืออยู่บ้างไหมลูก?”

ไม่มีการอ้อมค้อมให้เสียเวลา เมื่อท่านทราบเสมอมา ว่าอดีตคนรักของลูกสาวยังคงโอนเงินเข้าบัญชีอิงดาวไม่มีขาด

ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินที่ไม่ได้มากมายอะไร แต่นั่น...ก็เป็นเงินที่ใช้ต่อชีวิตทั้งท่านและลูกสาวเสมอมา

“ไปคุยที่ห้องได้ไหมคะแม่”

สีหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่าลำบากใจของลูกทำให้คนเป็นแม่ไม่อาจปฏิเสธได้ ท่านพอเดาได้ว่าอิงดาวกำลังประสบปัญหาใด

จึงเดินนำลูกสาวมายังห้องพักคนไข้ ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้อง พร้อมกับถือวิสาสะดึงเอกสารในมือของลูกมาอ่าน

“ตกลงว่าเงินที่ตัวเหลือเท่าไหร่อิง?”

คนเป็นแม่เงยหน้าสบตาลูกสาวเพียงคนเดียว สีหน้าและแววตาของท่านเต็มไปด้วยความกังวลไม่ต่างจากอิงดาวนัก

“อิง” ท่านเรียกย้ำ เมื่ออิงดาวยังคงนิ่ง

“เหลืออยู่เกือบเจ็ดหมื่นค่ะ”

“ไม่พอค่ารักษา และถ้าอิงจ่ายเงินก้อนนั้นไป บ้านเราก็จะไม่มีเงินสำหรับใช้จ่ายในแต่ละวัน”

ท่านยกความจริงขึ้นมาพูด พลางเดินไปรับตัวเจ้าหนูน้อยมาอุ้มไว้ในขณะที่คุณพยาบาลพาคนไข้ตัวอวบมาส่ง กระทั่งผู้มาเยือนเดินจากไป ท่านถึงได้หันกลับมาหาอิงดาวอีกครั้ง

“แม่ยังเหลือทองอีกสองบาท แต่ถึงเอาไปขายก็คงไม่พออยู่ดี เราหมดเงินจากการไปอยู่ที่อื่นเสียเยอะ”

“อิงขอโทษที่ทำให้แม่เดือดร้อนนะคะ”

“แม่ไม่ได้โทษอิง เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นอิงหรือโอบ ก็ไม่มีใครผิดทั้งนั้น คนที่ผิดมีอยู่แค่คนเดียว”

“อิงไม่อยากพูดถึงเขาอีก”

น้ำเสียงของเธอสั่นไหว ฉายชัดว่าหวาดกลัวคนที่มารดาพูดถึงจับใจ ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น...คนที่ทำให้ไออุ่นเกือบจะไม่ได้เกิดมา

“ยังไม่หายกลัวเขาอีกเหรอลูก”

“ไม่ค่ะ”

“แล้วถ้า...อิงต้องเจอพวกเขาอีกครั้ง?”

“แม่คะ!”

อิงดาวเรียกมารดาเสียงดัง ยิ่งเห็นว่าท่านกำลังพินิจพิจารณาใบหน้าของลูก ก็ทำให้เธอรู้ได้ในทันที ว่าท่านกำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่

“เพราะทันทีที่พูดถึงเขาขึ้นมา แม่ก็พอจะนึกออก ว่าใครกันที่จะช่วยเรื่องค่ารักษาไออุ่นได้”

“อิงจะไม่โทรหาพี่โอบเด็ดขาด!”

คนเป็นลูกส่ายหน้าไปมาเบาๆ ราวกับต้องการย้ำเตือนให้คนเป็นแม่ทราบ ว่าเธอจะไม่ผิดคำพูดของตัวเองแน่ๆ

เธอหวาดกลัวคำขู่ของคนใจร้ายจับใจ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าใจความกลัวและความหวาดหวั่นของอิงดาวนัก

เมื่อเจ้าโทรศัพท์ในห้องดันแผดเสียงจ้า และคนที่โทรมาก็คือเจ้าหน้าที่ห้องการเงิน

“แม่อยากให้อิงโทรไปหาโอบ” คุณเอื้อมเดินเอ่ยบอก ทันทีที่อิงดาววางสาย

“อิงไม่โทรค่ะ”

“อิง...อาการป่วยของไออุ่นยังไม่หายดี และหลังจากนี้อาจจะต้องใช้เงินอีกมาก และถ้าหากไออุ่นป่วยอีก เราจะทำยังไง?”

อิงดาวได้แต่เงียบเพราะตอบไม่ได้ ทราบดีว่าการรักษาในขั้นต่อไปจำเป็นต้องใช้เงินมากมายขนาดไหน หากลูกต้องรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลเอกชน

หรืออีกทางเลือก...คือการไปรักษาตามสิทธิ์ที่ลูกพึงมี แต่นั่นก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าคิวการรักษาจะมาถึงเมื่อไหร่ และโรคที่ไออุ่นเป็นจะกำเริบอีกไหม เธอไม่มีทางรู้ได้เลย

“วางความกลัวลง แล้วทำเพื่อลูกสักครั้งได้ไหม”

“แม่ก็รู้ว่าปัญหาของอิงคืออะไร”

“แม่รู้...ว่าอิงกลัวเขา แต่แม่กลับเชื่อเสมอ ว่าหากอิงพูดเรื่องนี้ให้โอบฟัง โอบจะปกป้องอิงได้”

อิงดาวก้มหน้างุดไม่กล้าสบตามารดา รู้เต็มอกว่าท่านไม่เคยเห็นด้วยที่เธอเอาแต่ปิดปากเงียบ อีกทั้งยังอดทนไม่เข้าเรื่อง จนทำให้ต้องตัดสินใจหนีการคุกคามนั้นโดยไม่ได้บอกลาเขา

“โทรไปหาพี่โอบ ขอความช่วยเหลือจากเขานะอิง”

“แม่...”

“ถ้าอิงไม่โทร แม่โทรเอง แม่จะบอกเรื่องไออุ่นให้เขารู้ ไออุ่นควรได้รับการรักษาที่ดีตามกำลังของพ่อเขา”

บทถัดไป